
ซันเดอร์แลนด์คืนชีพสู่เวทียุโรป! จากลีกวันสู่ตั๋วยูโรปา ลีกครั้งแรกในรอบ 53 ปี
ซันเดอร์แลนด์สร้างเรื่องราวสุดน่าทึ่งในฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2025/26 หลังเปิดบ้านเฉือนเชลซี 2-1 ในนัดปิดซีซั่น พร้อมการันตีอันดับ 7 ของตารางและคว้าสิทธิ์ลุยยูฟ่า ยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ นี่คือการกลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปครั้งแรกของสโมสรในรอบ 53 ปี และยิ่งน่าจดจำมากขึ้นเมื่อย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2022 ทีมยังอยู่ในลีกวันของอังกฤษเท่านั้น เส้นทางจากดิวิชั่นล่างสู่เวทียุโรปจึงกลายเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ของการวางรากฐานที่ถูกต้อง การบริหารทีมอย่างมีวิสัยทัศน์ และหัวจิตหัวใจของนักเตะที่ไม่ยอมจำกัดความฝันไว้แค่การอยู่รอด
หนึ่งในภาพแทนของการเติบโตครั้งนี้คือ เทร ฮูม แนวรับชาวไอร์แลนด์เหนือที่ย้ายมาจากลินฟิลด์ด้วยค่าตัวเพียง 200,000 ปอนด์ในเดือนมกราคม 2022 โดยเวลานั้นสโมสรบอกกับเขาว่าทีมกำลังมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และเพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น คำสัญญาดังกล่าวก็กลายเป็นจริง เมื่อเขามีส่วนสำคัญกับชัยชนะที่ส่งซันเดอร์แลนด์ไปสู่ฟุตบอลถ้วยยุโรป ภายใต้การนำของกุนซือชาวฝรั่งเศส เรชิส เลอ บรีส์ ทีมพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดนับตั้งแต่ได้เลื่อนชั้นจากลีกวันสู่แชมเปียนชิพ และต่อยอดสู่พรีเมียร์ลีกผ่านรอบเพลย์ออฟ ก่อนสร้างผลงานเหนือความคาดหมายด้วย 54 คะแนนจาก 38 นัด ชนะ 14 เสมอ 12 แพ้ 12 จบเหนือหลายสโมสรชื่อดังและห่างพื้นที่ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกเพียง 6 คะแนนเท่านั้น ผลงานดังกล่าวทำให้ซันเดอร์แลนด์กลายเป็นหนึ่งในทีมน้องใหม่ที่ทำผลงานดีที่สุดในยุคหลัง อีกทั้งยังมีภาพลักษณ์เป็นทีมจอมล้มยักษ์ หลังเก็บผลการแข่งขันยอดเยี่ยมใส่คู่แข่งระดับหัวตาราง ทั้งการชนะเชลซีแบบไป-กลับ คว้าชัยเหนือคู่ปรับอย่างนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทั้งเหย้าและเยือน รวมถึงแบ่งแต้มจากลิเวอร์พูล อาร์เซนอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างแข็งแกร่ง ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนแนวทางเสริมทัพที่ชาญฉลาด เมื่อสโมสรใช้งบกว่า 161 ล้านปอนด์ดึงผู้เล่น 15 รายเข้ามาเติมเต็มระบบ ไม่ได้ไล่ล่าซูเปอร์สตาร์เพียงอย่างเดียว แต่เน้นนักเตะที่ตอบโจทย์แท็กติกและสมดุลของทีม ไม่ว่าจะเป็น ฮาบิบ ดิยาร์รา, ไบรอัน บร็อบบีย์, เอ็นโซ เลอ เฟ รวมถึงดีลสุดคุ้มอย่าง กรานิต ชาก้า และ นอร์ดี มูกีเล่ ที่เข้ามายกระดับประสบการณ์ ความเป็นผู้นำ และความนิ่งในเกมใหญ่ จนผสานกับพลังของดาวรุ่งอย่างลงตัว โดยเฉพาะชาก้าที่รับบทกัปตันทีม คุมจังหวะแดนกลาง และช่วยให้ระบบ 4-1-2-3 ของเลอ บรีส์มีทั้งวินัย ความดุดัน และประสิทธิภาพในการปะทะที่โดดเด่นที่สุดระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีก
การได้ตั๋วยูโรปา ลีกไม่ใช่เพียงรางวัลของฤดูกาลอันยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นสัญญาณว่าซันเดอร์แลนด์กลับมาอยู่บนแผนที่ฟุตบอลยุโรปอย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง จากทีมที่เคยต้องดิ้นรนในลีกวัน สู่สโมสรที่กำลังจะออกเดินทางไปเผชิญความท้าทายใหม่ทั่วทวีป เป้าหมายต่อจากนี้คือการรักษามาตรฐาน สานต่อโมเมนตัมเชิงบวก และบริหารขุมกำลังให้พร้อมสำหรับทั้งพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วยยุโรป หากยังคงยืนหยัดในแนวทางเดิมที่เน้นวินัย ระบบทีม และการลงทุนอย่างชาญฉลาด ซันเดอร์แลนด์มีศักยภาพมากพอที่จะเปลี่ยนจากทีมม้ามืดให้กลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของวงการฟุตบอลอังกฤษในระยะยาว
相关新闻
更多
บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตอกกลับ รอย คีน เดือด ชี้บิดเบือนคำพูดปมแอสซิสต์ พร้อมย้ำยังเคารพตำนานแมนยู

เอซี มิลาน ปลด มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี หลังชวดตั๋ว UCL พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

อาร์เซน่อล แชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 : ทีมของอาร์เตต้าพิสูจน์หัวใจแกร่ง คว้าแชมป์ด้วยเกมรับสุดเหนียว

ลิเวอร์พูลควรคว้า จาร์รอด โบเว่น แทน โม ซาลาห์ หรือไม่? เจาะเหตุผล, จุดเด่น และความคุ้มค่าในตลาดซัมเมอร์

ผลบอลพาเดอร์บอร์น พลิกดับโวล์ฟสบวร์ก 2-1 ช่วงต่อเวลา ซิวตั๋วเลื่อนชั้นบุนเดสลีกา ส่งหมาป่าร่วงครั้งแรกรอบ 29 ปี

